MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ชาโดว์รัน รีเทอร์น ตอนที่ 6 อพาร์ทเมนท์รอยัล

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 - 10:40 น.
AA 21

ปีเตอร์ก้าวเข้าไปสู่ย่านพื้นที่พักอาศัยอันน่าประทับใจที่เขาไม่ได้เห็นมานานพอสมควรแล้ว ที่นี่มีไฟส่องทางข้างถนนที่ยังพอจะติดอยู่บ้างแม้จะมีกระพริบบ้างบางดวง อาคารส่วนใหญ่ชำรุดทรุดโทรมไปแล้ว กลิ่นของความเก่าและของเน่าในถังขยะที่เขาไม่อยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้างประกาศศักดาโชยมาอยู่ทั่วบริเวณ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เหล่าผู้คนที่พักอาศัยในบริเวณนี้จะหันไปหา BTL จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกได้เล่า? BTL “ชีวิตสดใส” เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ในท้องตลาดด้วยการฝังชิปลงไปในสมอง คุณไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่ดีเลยหากมีคนอื่นที่มีชีวิตที่ดีอยู่แล้วคุณก็แค่ขอรู้สึกชีวิตนั้นเชื่อมต่อไปกับเขาแล้วเผาสมองของตัวเองไปในขณะเดียวกัน ประตูด้านหน้าของอพาร์ทเมนท์รอยัลไม่ได้ล๊อก ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน ปีเตอร์ได้ยินเสียงโอดครวญของเหล่าขี้ยาทั้งหลายในบริเวณร่ำร้องขอการเชื่อมต่อใหม่ สภาพภายในอพาร์ทเมนท์ไม่ต่างอะไรกับตึกร้าง มีขยะรกร้างเต็มไปหมด สภาพทรุดโทรมยิ่งเสียกว่าภายนอก ถึงเวลาตามหาตัวโคโยตี้แล้ว เพื่อจะได้รู้เสียทีว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนที่แซมถูกฆาตกรรม


“อพาร์ทเมนท์รอยัล นี่มันนรกหลุมไหนกัน ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่ามันเป็นยังไงสำหรับโคโยตี้ที่ต้องเติบโตมาในสถานที่แบบนี้” ปาโก้ที่เดินตามหลังมาเอ่ยขึ้น

“นรกหลุมที่เต็มไปด้วยพวกขี้ยา ดูเหมือนสตีฟเจจะร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะเงินจากค่าเช่าและยาเสพติดนะ”
  ปีเตอร์ตอบ

“ถ้าโคโยตี้อยู่ที่นี่เราคงต้องรีบหน่อย เธอเป็นรันเนอร์ที่เก่งนะ แต่พวกขี้ยาเหล่านี้คงถูกจ้างให้เป็นหูเป็นตาด้วย พวกมันคงรู้ตัวแน่ตอนที่เธอเข้ามา”
  ปาโก้พูดต่อ

ทั้งคู่เดินลดเลี้ยวผ่านช่องทางต่าง ๆ ในตึกก็ยังหาทางขึ้นไปชั้นบนไม่เจอ สุดท้ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายชราท่าทางน่าสงสารคนหนึ่ง เขามีที่นอนเป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่นำมากองอยู่บนไม้พาเลทที่วางแอบชิดไว้ข้างผนังทางเดินซึ่งตอกตะปูขึงเชือกไว้ข้างผนังเพื่อตากผ้าอยู่เหนือที่นอนของตัวเอง ชายแก่ซึ่งดูเหมือนกับนกเขาที่คร้านจะบินหนี มองหน้าปีเตอร์เมื่อเขาเดินเข้าไปหา

“พวกเธอไม่ใช่คนแถวนี้ ชั้นไม่อยากจะมีปัญหานะ”  เขาพูด

“ใจเย็นครับปู่ ผมแค่ต้องการข้อมูลบางอย่าง ได้แล้วก็จะไปครับ”
  ปีเตอร์พูด

“วันนี้ไม่ปกติเลย น่าจะมีเรื่องอยู่ข้างบน คนของสตีฟเจดูลุกลี้ลุกลน”
  ปู่บอก

“สาวน้อยคนนึงเข้ามาที่นี่แล้วแอบดูไปทั่ว เหมือนอย่างที่เธอสองคนทำ ชั้นมั่นใจเลยว่าไม่ได้มาซื้อชิป BTL แน่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเธอขึ้นไปข้างบนได้ยังไง แต่เสียงปืนของวันนี้ดังเยอะกว่าของทุกวันในช่วงเวลาเดียวกัน”
  ปู่เล่าต่อ

“นั่นไม่ค่อยดีแล้ว ปู่เห็นเธอกลับลงมารึยังครับ?”
  ปีเตอร์ถาม

“ยังไม่เห็นเลย คนของสตีฟเจลงมาสองสามคน สั่งไว้ว่าไม่ให้พูดอะไร และชั้นก็ทำตามนั้น”
  ปู่ดูท่าจะเคร่งครัดในคำสั่งมาก

“สตีฟเจมุดหัวอยู่ที่ไหนปู่?”  ปาโก้ถามอย่างร้อนรน

“เขาก็อยู่ชั้นบนสุดนะสิ ก็เขาเป็นราชาของที่นี่”  ปู่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร

“ฟังดูเหมือนงานวิ่งของโคโยตี้สะดุดเสียแล้ว”  ปีเตอร์พูด

“นี่ปู่ รู้ทางขึ้นไปข้างบนมั้ย?”  ปาโกรีบถามต่อ

“พวกเธอดูเป็นมิตรดีนะ แต่ชั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสตีฟเจไม่ได้หรอก หวังว่าพวกเธอคงเข้าใจ”

“ปู่ครับ เรามาที่นี่เพื่อช่วยเธอ ปู่อยากจะให้ชาตะกรรมของเธอขึ้นอยู่กับมโนธรรมของปู่รึเปล่าครับ?” 
ปีเตอร์ไม่อยากใช้ไม้แข็งกับคุณปู่ผู้ที่ค่อนข้างจะมีประโยชน์กับพวกเขา

“โธ่เอ้ย ถูกของเธอ งั้นไปทางนี้นะ ชั้นจะเปิดลิฟท์ให้”  ปู่ชี้ทางไปลิฟท์ที่จะขึ้นชั้นบน

ขณะเดินไปตามทางที่คุณปู่บอก ปีเตอร์เหลือบไปเห็นชายสองคนกำลังเผชิญหน้ากันกันอยู่ เพียงแต่คนหนึ่งดูมีอำนาจ ส่วนอีกคนกำลังขอความเมตตา เสียงที่ได้ยินตามมา

“หยุดอ้อนวอนได้แล้ว ซัมพ์ ลูกแกเป็นหนี้ ชั้นก็ต้องมาทวง”  ชายที่มีอำนาจพูด

“ได้โปรดเถอะไรเกอร์ เค้าเป็นลูกของชั้นนะ”  ซัมพ์ ชายผู้อ้อนวอนพูดตอบ

“โอ้ย”  ซัมพ์โดนทุบไปหนึ่งครั้ง

“กลับไปยังรังของแกเลยก่อนที่ชั้นจะหักแขนรึขาของแกซักข้าง รึว่าอยากจะให้ชั้นส่งเขาไปให้สตีฟเจตรงๆที่ชั้นบนรึไง? บางทีหลังจากที่เขาฆ่าแม่สาวที่เราจับได้แล้ว...”

“แก... ไอ้หมูสกปรก ส่งซิปเปอร์ลูกของชั้นคืนมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น...”
  ซัมพ์พูดตัดบท

“ไม่อย่างนั้นก็จมกองเลือดตัวเองตายอยู่ที่นี่รึไง? ทำใจเถอะซัมพ์ ซิปเปอร์ไม่รอดแล้ว ไปหาลูกเอาใหม่เถอะ”  ไรเกอร์รำคาญ

ซัมพ์ใช้สองมือกุมใบหน้าของตัวเอง “โอ้พระเจ้า ไม่นะ ได้โปรด ไม่...”  เขาวิ่งกลับไปยังห้องของเขา

ปีเตอร์ตามเข้าไปหาซัมพ์

“แกเป็นใคร? เข้ามาทำอะไรในบ้านของชั้น ออกไปเดี๋ยวนี้” ซัมพ์ไล่

“เมื่อกี๊มันเรื่องอะไรกัน?”  ปีเตอร์ถาม

“นายจะมาสนใจอะไร นั่นลูกของชั้น ไอ้เลวนั่นพาลูกของชั้นไป”

“ไอ้เลวไหน?”

“สมุนคนนึงของสตีฟเจ ไรเกอร์ เขาเป็นแอดมิน BTL อยู่โถงฝั่งตรงข้าม”

“ซิปเปอร์ ลูกชายของชั้น เขาไม่ค่อยแข็งแรง ไรเกอร์ก็รู้ดี แต่ก็ยังหลอกให้เขาใช้ชิปนรกนั่น แล้วตอนนี้เขาก็กำลังทรมานซิปเปอร์อยู่ในห้องนั้น”

“ทำไมพวกมันต้องทำแบบนั้นด้วย?”

“พวกโรคจิตนั่นมีสตูติโอถ่ายทอดชีวิตคนอยู่ในห้องนั้น ได้ยินว่าพวกมันมีแขกพิเศษอยู่บนเพนเฮ้าส์ พวกมันเลยวางแผนจะทรมานหล่อนด้วยการถ่ายทอดความตายของลูกชายชั้นไปใส่สมองเธอ”

“นั่นต้องเป็นโคโยตี้แน่เลย พวกมันได้ตัวเธอแล้ว”
  ปาโก้เดือดดาลขึ้นมา

“เย็นไว้ปาโก้ เธอยังไม่ตาย”  ปีเตอร์เตือน

“จริงของพี่ ผมไม่เป็นไร”

“แล้วลูกของชั้นล่ะ?”
ซัมพ์ถาม

“ผมจะดูว่าผมทำอะไรได้บ้างขณะที่ไปช่วยเพื่อนของผม” ปีเตอร์ตอบ

“ขอบคุณมาก ขอบคุณ” ซัมพ์ดูมีความหวังขึ้นมา

ที่โถงฝั่งตรงข้าม ปีเตอร์กับปาโก้แอบเข้ามาในห้องทำงานของไรเกอร์ ที่นี่มีเซิฟเวอร์ขนาดใหญ่สองเครื่องกับระบบคอมพิวเตอร์หลายหน้าจอที่ใช้ประมวลผลระบบการทำงานของชิป BTL ห้องด้านหลังล๊อคเอาไว้ คงเป็นห้องที่ซัมพ์พูดถึง ลูกชายของเขาคงกำลังถูกทรมานอยู่ในนั้น ไรเกอร์ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ ขณะที่ปีเตอร์กำลังแอบเข้าไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ไรเกอร์ก็รู้ตัวเสียก่อน

“เฮ้ย... ห้ามแตะต้องนะ”  เขาตะโกน

“ไม่เคยเห็นพวกแกมาก่อน จะไปไหนกัน?”  ไรเกอร์ถาม

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลอดออกมาจากท่อที่ไหนสักแห่ง ไม่อาจบอกได้ว่าเสียงมาจากไหน

“นั่นเสียงอะไร?”  ปีเตอร์เฉไฉ

ปากไรเกอร์แสดงรอยยิ้มในขณะที่ดวงตาของเขาแสดงความโหดร้ายออกมา

“ใครจะรู้ อาจเป็นอะไรก็ได้ บางทีใครบางคนอาจจะเล่นเทปผิดไปเล่นเทปการฆ่าของยากูซ่าก็ได้ ที่นี่เรามีรายการทุกรูบแบบ ให้ชั้นเชื่อมต่อนายมั้ย? ท่าทางนายดูสนใจนะ”

“ชั้นได้ยินมาว่าที่นี่กำลังอยู่ระหว่างการ 'อัดรายการ' พิเศษ”  ปีเตอร์เริ่มวางแผน

“แน่นอน และเครื่องมือของชั้นมันเป็นของขั้นเทพทั้งนั้น ไม่เชื่อก็ดูเอาเอง”

“สุดยอด... ชั้นกำลังมองหาบางสิ่งที่พิเศษ บางสิ่งที่ค่อนข้าง... 'รุนแรง'...”

“มองไปรอบ ๆ สิ มั่นใจได้เลยว่าชั้นจะไม่คัดค้านในสิ่งที่นายกำลังจะเสนอแน่”

“ชั้นอยากจะฆ่าใครซักคนแล้วบันทึกเทปมันไว้” 
ปีเตอร์รุกคืบเข้าไปอีก

“ว้าว นายมันป่วยใช้ได้เลยว่ะ ชั้นชอบนะ" เจ้าอันธพาลทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ช่างประจวบเหมาะจริง ๆ ชั้นกำลังอยากได้คนมาทำงานนี้อยู่พอดี ตามชั้นมาสิ”

“นำทางไปเลย”

ปีเตอร์เดินตามที่ไรเกอร์นำทางไป ปาโก้ที่ตามเขาไปติด ๆ เหลือบไปเห็นไม้เบสบอลข้างโต๊ะทำงานของไรเกอร์จึงหยิบติดมือมาด้วย ไรเกอร์เปิดประตูเข้าไปสู่ห้องสตูดิโอด้านใน “ได้โปรดหยุดเถอะ” คือเสียงที่ปีเตอร์ได้ยินเมื่อเขาเข้าไปถึง เขาเดินเข้าไปหาเด็กชายผู้เป็นเจ้าของเสียงร้องของความทรมานนั้น เปิดทางให้กับปาโก้

“นี่มันอะไรกันไรเกอร์ พวกนี้เป็นใคร? ไม่เห็นรึง้ยว่าชั้นกำลังยุ่งอยู่”  เพชฌฆาตถามไรเกอร์

“หมอนี้มีรสนิยมเหนือธรรมดา เขาอยากจะช่วยเราทำบางอย่างโดยยอมจ่ายค่าสิทธิพิเศษ พร้อมกับต้องการเทปบันทึกของความพิเศษนี้ด้วย“  ไรเกอร์ตอบ

“ได้ ตราบใดที่คุณสตีฟเจยังได้สิ่งที่เขาต้องการ ชั้นว่าคงไม่เป็นไรหากเราจะมีรายการพิเศษเสริมเข้าไปร่วมด้วยอีกหน่อย คิดว่าเจ้าหนูซิปเปอร์นี่ไม่น่าจะไหวแล้วล่ะ ตอนนี้ขอเวลาชั้นหน่อยที่จะเชื่อมต่อเพื่อนของเราเข้ากับระบบบันทึก แล้วเค้าจะได้เทปบันทึก BTL ฉบับพิเศษส่วนตัวไปเชยชม”  เพชฌฆาตพูด

ขณะที่เพชฌฆาตกำลังใช้พูด ปีเตอร์แอบสอดมือไปจับปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังเตรียมตัวไว้

“นายคิดยังไงเหรอปาโก้ เราควรจะจัดการพวกมันได้รึยังตอนนี้?”  ปีเตอร์หันไปขอความเห็นจากปาโก้

“ผมก็ว่ายังงั้นแหล่ะครับป๋า”  ปาโก้ชักไม้เบสบอลออกมา ทั้ง ๆ ที่เขามีปืนพก แต่เขาเลือกที่จะใช้ไม้เบสบอล

“ไรเกอร์ ไอ้โง่ ฆ่าพวกมันเร็ว” เพชฌฆาตสั่ง

ช้าไปเสียแล้ว ปีเตอร์ดึงบาเร็ตต้าโมเดล 70 ที่เพิ่งซื้อมาใหม่จากจินปาร์คกดไปยังเพชรฆาตสองนัดก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร โลหิตสีแดงสดสาดกระจายไปเปรอะเปื้อนใบหน้าของหนุ่มน้อยซิปเปอร์ผู้โชคร้ายตกใจจนแทบช๊อค ส่วนตัวของเพชรฆาตโดนกระสุนซัดกระเด็นไปกระแทกกับฝาผนังขาดใจตาย ปาโก้ที่เดินตามหลังไรเกอร์มาตลอดและนำไม้เบสบอลออกมาถือมั่นเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อครู่ก็บรรจงฟาดลงไปกลางกระหม่อมของไรเกอร์อย่างเต็มที่ ปีเตอร์รีบหันมาจัดการกับไรเกอร์ด้วยกระสุนอีกสองนัดพร้อมกับปาโก้ที่ได้จังหวะประเคนไม้เบสบอลใส่หัวของไรเกอร์ลงไปอีกรอบจนโทรลร่างยักษ์ผู้นี้ต้องลงไปนอนจมกองเลือดของตัวเองต่อหน้าต่อตาของเด็กน้อยซิปเปอร์ผู้ตื่นตระหนก ทุกอย่างจบลงภายในเวลากระพริบตาเพียงไม่กี่ครั้ง

“ผ.. ผม ม.. ไม่รู้.. ว่าคุณเป็นใคร แต่.. ขอบคุณ .. มากนะครับ” ซิปเปอร์ขอบคุณ ด้วยคำพูดที่สั่นเครือตะกุกตะกักพร้อมกับท่าทางตื่นกลัวและใบหน้าที่เลอะเปรอะเต็มไปด้วยเลือดของคนที่เพิ่งทรมานเขาไป

“วันนี้เธอโชคดีมากนะเจ้าหนู ถ้าชั้นเป็นเธอ ชั้นจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับของพวกนี้โดยเด็ดขาด คนเราไม่โชคดีกันบ่อยๆหรอกนะ”  ปีเตอร์สอน

“โอ้... ผมขยับตัวไม่ได้เลย ช่วยบอกพ่อผมให้หน่อยได้มั้ยครับ”  ซิปเปอร์ขอร้อง

ปีเตอร์เดินออกมาเพื่อจะไปแจ้งให้ซัมพ์มารับลูกชาย ระหว่างทางเขาต้องผ่านคอมพิวเตอร์แอดมินของไรเกอร์ ด้วยความเป็นแฮกเกอร์ ปีเตอร์เข้าระบบไปยังไลบรารีของ BTL ดึงเอาบันทึกความสุขเปิดส่งไปให้กับขึ้ยาทั้งหลายที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ก่อนที่จะปลดล๊อคลิฟท์ที่ขึ้นสู่ชั้นบนและรีบูตซอฟท์แวร์ BTL แล้วเดินข้ามโถงไปหาซัมพ์

“คุณช่วยลูกชายผมได้รึยัง?” ชัมพ์ถามทันทีที่เห็นหน้าปีเตอร์

“ได้แล้ว คุณต้องรีบหน่อย เขาดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

“ขอบคุณมากครับ” 
ซัมพ์รีบวิ่งข้ามโถงไปรับลูกชาย

ปีเตอร์พาปาโก้เดินมาขึ้นลิฟท์ที่เขาเพิ่งปลดล๊อคจากคอมพิวเตอร์ของไรเกอร์ ประตูลิฟท์เปิดออก ทางขึ้นตึกได้รับการแก้ปัญหาแล้ว ปาโก้ก้าวนำเข้าไปก่อนแล้วกดลิฟท์เพื่อไปยังชั้น 'เพนเฮ้าส์' พร้อมกับเอาไม้เบสบอลออกมาถือรอไว้อีกครั้ง

“พร้อมลุยกันอีกรอบรึยังครับป๋า?”
  ปาโก้ถาม

“ขอบใจที่ถาม ไปกันเลย”  ปีเตอร์ชักเอาบาเร็ตต้าโมเดล 70 เมื่อครู่ออกมารีโหลดเตรียมไว้เช่นกัน

เสียง ติ๊ง พลันดัง ประตูลิฟท์ชั้นเพนเฮ้าส์ได้เปิดออกแล้ว


* * *


อพาร์ทเมนท์ในส่วนเพนเฮ้าส์ของสตีฟเจนี้คงจะเคยเป็นอพาร์ทเมนท์เพนเฮ้าส์ที่ดูดีมาก่อนในอดีต แต่ตอนนี้มันถูกเติมใส่ไว้ด้วยหลอดไฟนีนอนเรืองแสงหลากสื เฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ พัง ๆ กองเศษลัง กองขยะ หรืออะไรอื่นใดอีกใครจะรู้ แต่เมื่อเทียบกับอพาร์ทเมนท์อื่นที่ปีเตอร์ได้เคยเห็นมา ยังถือได้ว่าโอ่อ่าที่สุดอยู่ดี แต่สิ่งเดียวในตอนนี้ที่กลบเกลื่อนความโอ่อ่านี้เอาไว้หมดคือเสียงร้องที่โหยหวนเจ็บปวดทรมานของหญิงสาวที่ดังออกมาจากที่ไกล ๆ ซึ่งติดตามมาด้วยเสียงหัวเราะ ใครบางคนกำลังทรมานใครอีกคนเพื่อความพอใจ ดวงตาของปีเตอร์และปาโก้ฉายแววแห่งความโกรธออกมา

ปาโก้ก้าวออกจากประตูลิฟท์ก่อน เขาเลื่อนตัวไปตามแนวผนังทางเดินที่ลึกยาวอย่างระมัดระวัง เบื้องหน้าระหว่างทางเดินคือประตูห้องที่อยู่ในแนวตรงข้ามกัน ประตูทางซ้ายเปิดกว้างอยู่ แต่ประตูตรงข้ามทางขวาปิดเอาไว้ เลยจากนั้นไปเป็นกองขยะเน่าเหม็นที่แบ่งเขตแดนตรงกลางระหว่างตัวเขากับห้องโถงกว้างที่ขวางไว้ด้วยโทรลร่างยักษ์ที่ยืนหันหลังเฝ้าอยู่ซึ่งดูจากเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งแล้วน่าจะเป็นที่พักอาศัยของราชาในอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ บริเวณนี้ไม่มีสิ่งใดให้ใช้เป็นที่กำบังวิธีกระสุนได้เลย มีเพียงต้องชิงลงมือก่อนเท่านั้น

เขาหันหลังกลับไปให้สัญญานปีเตอร์พร้อมโยนไม้เบสบอลทิ้งไปแล้วดึงเอาปืนพกอูซี่มาถือเตรียมพร้อม ปีเตอร์เห็นสัญญานจึงออกมาจากลิฟท์สมทบซ้อนตัวตามหลังปาโก้มา ปาโก้เปิดฉากยิงใส่เจ้าโทรลคนนั้นทันที โทรลที่หันหลังอยู่โดนกระสุนสาดเข้าใส่ร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดบวกกับเสียงอันหยาบกระด้างระคายหูของดินปืนแตกระเบิดปลุกทุกคนบนชั้นเพนเฮาส์ให้รู้ตัวแล้ว อันธพาลพันธุ์แคระในชุดแต่งกายแนวพังก์ที่อยู่ในห้องทางด้านซ้ายวิ่งถือปืนออกมายืนขวางหน้าปาโก้ ปีเตอร์ต้องรีบกำจัดตัวแปร เขารู้ว่าต้องล้มโทรลให้เร็วที่สุดก่อนที่ปัญหาจะล้นมือจึงยิงซ้อนตามปาโก้ออกไปหลายนัด เจ้าโทรลล้มลงในจังหวะที่สตีฟเจกับเมจเอล์ฟของเขาก็วิ่งออกมาจากโถงทางขวามือที่โทรลเฝ้าอยู่ เลือดของโทรลสาดกระจายนองเต็มพื้น เมจเอล์ฟวิ่งสวนขึ้นมาเผชิญหน้ากับปาโก้ ส่วนสตีฟเจวิ่งยืดระยะห่างออกไปทางโถงกลางในแนวทางเดิน 


“แกคิดว่าแกจะสามารถเข้ามาที่นี่แล้วมายิงถล่มได้ถึงในบ้านของชั้นเลยเหรอ? แกรู้มั้ยว่าชั้นเป็นใคร?” สตีฟเจตะโกนถาม

“แกเป็นใคร? แล้วแกไม่อยากรู้บ้างเหรอว่าชั้นเป็นใคร?”  ปีเตอร์ถามกลับ

เมจที่ประจันหน้ากับปาโก้อยู่เริ่มร่ายเวทย์รวบรวมพลังออกมา ปาโก้รู้สึกได้ถึงความร้อนในอากาศบริเวณนั้นที่อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นร้อนผ่าวขึ้นมา ปัง ปัง ปัง ก่อนที่จะมันจะอันตรายกว่านี้ ปาโก้ยิงใส่เมจไปสามนัดจนเมจกระเด็นไปหลังเสาหันศีรษะไปมองหน้าสตีฟเจก่อนที่จะขาดใจตาย ปาโก้รีบวิ่งไปหลบหลังเสา แต่ปีเตอร์ไม่มีอะไรให้กำบัง เขาอยู่ในตำแหน่งเปิดที่สตีฟเจสามารถเลือกยิงได้ตามใจชอบ ยังดีที่สัมผัสเอล์ฟของเขาไวต่อสภาพแวดล้อม ตอนนี้เขาสัมผัสได้แล้วว่าที่กองขยะนั้นมีพลังงานอะไรแปลกๆอยู่ และมันต้องการพลังงานภายนอกมากระตุ้นและควบคุม โชคดีที่การตายของเมจซื้อเวลาให้ปีเตอร์ได้อึดใจหนึ่ง เขารวบรวมสมาธิและปล่อยพลังงานเพื่อกระตุ้นพลังงานซ่อนเร้นในกองขยะ ทันใดนั้นเพสติเลนซ์ตัวใหญ่ สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการรวมตัวของเชื้อโรคและเวทย์มนต์ก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วมุ่งหน้าไปทางสตีฟเจ

สตีฟเจตกใจ เขารีบทิ้งจุดที่ตัวเองอยู่ไปตั้งหลักอยู่หลังเสาอีกต้นหนึ่งซึ่งกั้นระหว่างเขากับเพสติเลนซ์ ขณะเดียวกันสมุนของสตีฟเจอีกคนก็วิ่งมาสมทบกับผู้เป็นนาย ปีเตอร์ได้โอกาสเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองไปหลบหลังเสาบ้างเหมือนกัน คราวนี้เขาปลอดภัยจากทุกวิถีกระสุน แต่ก็ไม่มีช่องทางให้โจมตีใครได้เช่นกันจึงต้องสเต็ปออกมาข้างเสา จังหวะนั้นสมุนของสตีฟเจก็เปลี่ยนตำแหน่งมาดักทางของปีเตอร์เอาไว้ กลายเป็นปีเตอร์ต้องเผชิญหน้าเป็นสองต่อหนึ่ง ปาโก้เหมือนถูกทิ้งท้ายไว้ข้างหลัง จำต้องย้ายตำแหน่งดันขึ้นมาเช่นกัน ตอนนี้เขาอยู่ชิดผนังทางซ้ายและสะดวกที่จะโจมตีสตีฟเจจึงเปิดฉากยิงใส่ทันที สตีฟเจจำต้องหลบวิถีกระสุนของปาโก้ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับเพสติเลนซ์ที่เดินกดดันมาถึงและตอนนี้ถูกมันกัดเข้าให้แล้ว พิษของมันทำให้เขารู้สึกง่วงซึมขึ้นมาทันทีทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองลดลงไปมาก สมุนของเขาเป็นห่วงผู้เป็นนายจึงเคลื่อนตัวเข้าไปคุ้มกัน ปีเตอร์เห็นจังหวะเหมาะจึงสาดกระสุนลงไปชุดใหญ่ดักทางของเจ้าสมุนคนนั้นจนมันล้มลงจมกองเลือด สตีฟเจเหลือตัวคนเดียวแล้ว ปีเตอร์สูดลมหายใจลึก ๆ เล็งแล้วยิงทีละนัดไปอีกสองครั้ง

“โอ้ยย... เดี๋ยว... ชั้นตาย... ไม่...”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงสุดท้ายของสตีฟเจเขาก็ล้มลงไปจมกองเลือดของตัวเอง ปีเตอร์ตามไปดูร่างของสตีฟเจ เขาค้นได้กระดาษที่เขียนรหัสพาสเวิร์ดมาจากตัวสตีฟเจ แต่ตอนนี้มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นแล้ว เพสติเลนซ์ที่ปีเตอร์เรียกออกมามันไม่ยอมฟังคำสั่งของปีเตอร์แล้ว และขณะนี้มันเข้าโจมตีปาโก้ ปาโก้ไม่ทันระวังตัวถูกเพสติเลนซ์กัดและโดนพิษแบบเดียวกับสตีฟเจ

“พี่ครับ!”  ปาโก้ตะโกนเรียก

ปีเตอร์ยิงใส่เพสติเลนซ์ เขาอยู่ห่างจากมันมาก แต่ก็ยิงโดน เพสติเลนซ์ไม่ล้มลงง่ายๆกับกระสุนไม่กี่นัด ปาโก้พยายามช่วยยิง แต่ก็อ่อนแรงลงไป ปีเตอร์ยิงซ้ำอีกหลายนัดจนเพสติเลนซ์ล้มลง เขารีบเอายาให้ปาโก้กิน

“ขอบคุณครับพี่”  ปาโก้พยายามทำตัวให้กลับมาตื่นเต็มที่อีกครั้ง

“สตีฟเจจบสิ้นแล้ว”  ปีเตอร์พูด

“แต่งานของเรายังไม่จบ”

“ครับพี่ แล้วโคโยตี้อยู่ที่ไหน?”

ทั้งคู่ออกค้นหากันต่อ ที่สุดทางเดินเป็นโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเลิศหรู มีภาพวาดขนาดใหญ่แขวนโชว์บนผนัง กองวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบและส่วนประกอบต่าง ๆ มากมายในการผลิต BTL รวมไปถึงโต๊ะทำงาน ชัดเจนว่าสตีฟเจใช้บริเวณนี้ในการทำธุรกิจของเขา ห้องถัดมาหน้าห้องกั้นไว้ด้วยตะแกรงเหล็กหนา ด้านในสุดของห้องเป็นประตูอีกบานหนึ่ง หลังประตูบานนั้นได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงเล็ดลอดออกมาเบา ๆ เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าห้องกลิ่นเหม็นของเนื้อไหม้และกลิ่นฉุนของขี้หมาก็โจมตีเข้ามาอย่างรุนแรง เร็วเท่าที่รู้สึกได้ถึงกลิ่น ลูกไฟขนาดเท่าลูกฟุตบอลพุ่งลอดตะแกรงเหล็กออกมาโจมตีเข้าใส่ปีเตอร์จนเขาต้องหลบอย่างทุลักทุเล มันถูกยิงมาจากปากของเฮลฮาวด์ หมาป่าพันธุ์โหดที่เริ่มกลายพันธุ์ช่วงเดียวกับที่มนุษย์เรากลายพันธุ์จนแบ่งได้เป็นสี่เผ่าพันธุ์ดังทุกวันนี้ หมาป่าพันธุ์นี้กลายพันธุ์จนมีร่างกายที่แข็งแกร่งดุร้ายแถมยังใช้เวทย์ได้อีกด้วย สตีฟเจเลี้ยงเอาไว้ถึงสองตัว หากสู้กับมันปีเตอร์อาจจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม แต่เขามีตัวช่วย เนื้อม้าลายที่โคโยตี้ซื้อเอาไว้จากร้านของลุงแมนนี่ที่ปีเตอร์นำติดตัวมาด้วย เขารีบโยนให้เฮลฮาวด์ทั้งสองตัวก่อนที่มันจะโจมตีครั้งต่อไป หมาป่ากลายพันธุ์ทั้งสองตัวได้ของชอบก็ลืมพวกเขาทั้งคู่ไปเลย ขณะที่มันกำลังยุ่งอยู่กับเนื้อม้าลาย ปาโก้ก็รีบเปิดตะแกรงเพื่อที่เขาและปีเตอร์จะได้เข้าถึงประตูด้านใน เมื่อเข้ามาดูในนี้ใกล้ ๆ ปาโก้สังเกตได้ว่ากลิ่นเนื้อไหม้นั้นมาจากเศษเนื้อที่ติดกระดูกอยู่บนโครงกระดูกมนุษย์ คงเป็นไฟจากเฮลฮาวด์เองและเหยื่อมนุษย์เหล่านี้คงเป็นเหล่าขี้ยาลูกหนี้ผู้เคราะห์ร้ายของสตีฟเจ

ปีเตอร์รีบเปิดประตูด้านใน สิ่งแรกที่รับรู้ได้ทันทีคือเสียงของผู้หญิงที่กำลังถูกทรมานนั้นดังชัดขึ้นกว่าเดิม มันคือที่นี่นี่เอง สิ่งที่เผยต่อสายตาของปีเตอร์คือผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกผู้หญิงอีกคนหนึ่งทรมานอยู่ในห้องที่ดัดแปลงให้เป็นคุก คนทรมานมีอาวุธปืนอัตโนมัติอยู่ในมือส่วนอีกคนใบหน้าและแขนซ้ายโชกไปด้วยเลือดอยู่ในสภาพอิดโรยเต็มที่

“โคโยตี้!”  ปาโก้ตะโกน

ไม่ต้องสงสัย แม้จะไม่เคยเห็นหน้าหรือแม้แต่ปาโก้จะไม่ได้บอกแต่ปีเตอร์ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคือโคโยตี้ไม่ผิดตัวแน่ ปืนที่ถือรอไว้อยู่ก่อนแล้วถูกยกขึ้นมายิงใส่เอล์ฟสาวสมุนที่ยังเหลือของสตีฟเจ โดยไม่ทันตั้งตัว เอล์ฟสาวคนนั้นยิงสวนกลับไปที่ปีเตอร์แต่เธอถูกกระสุนปีเตอร์ยิงถูกชายโครงจนตัวเอียงเสียก่อนทำให้กระสุนของเธอพลาดเป้า ปาโก้เองก็มีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นกัน เขายิงซ้ำเข้าไปจนเอล์ฟสาวคนนั้นล้มลงและไม่ขยับตัวอีกเลย

“มาได้ซะทีนะปาโก้ เพื่อนนายเป็นใครกัน?”  โคโยตี้ถาม

“ชั้นชื่อปีเตอร์ มาที่นี่เพื่อช่วยเธอ”   ปีเตอร์ชิงตอบ

“อ้อเหรอ... ใครบอกกันว่าชั้นต้องการความช่วยเหลือ?... แต่ดูเหมือนว่าชั้นก็ต้องการจริงๆนั่นแหล่ะ ขอบคุณ”  โคโยตี้ยอมรับ

“โคโยตี้ เราต้องรีบพาเธอกลับไปที่สหพันธ์ฯ กลับไปที่นยูเนี่ยน คุณนายคุโบตะมีแล็ปทางการแพทย์อยู่ที่ชั้นใต้ดิน”  ปาโก้เป็นห่วงแฟน

“ยังก่อน”  โคโยตี้กัดฟันพูด

“ชั้นยังไม่ได้สิ่งที่ชั้นมาเอาเลย คุณเดไลอาห์ให้ชั้นมาเอาพลอยชุดนึง”

“เดไลอาห์ ไหนเธอบอกว่าเธอจะไม่ทำธุรกิจกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว?”

“ฟังนะปาโก้ ชั้นแค่ต้องการข้ออ้างอะไรก็ได้ซักอย่างที่ทำให้ชั้นได้กลับมาที่นี่ ได้เคลียร์หนี้ แถมยังมีเงินกลับไปใช้อีกด้วย”  เสียงของเธอยังแสดงถึงความแข็งแกร่ง แต่ร่างกายเธอเริ่มสั่นแล้ว

“ปาโก้ พาเธอกลับไปที่ยูเนี่ยนเลย ชั้นจะหาพลอยพวกนั้นให้เธอเอง กลับไปเจอกันที่ยูเนี่ยนเถอะ”  ปีเตอร์ตัดสินใจให้

โคโยตี้ทำท่าทางเหมือนอยากจะเถียงอะไรออกมาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป

“มาเถอะที่รัก ไปกันเถอะ”  ปาโก้เร่ง

โคโยตี้ถูกปาโก้พยุงกลับลงไปชั้นล่าง ปีเตอร์ค้นไปทั่วบริเวณห้องทำงานของสตีฟเจไม่พบพลอยที่ว่า มันสมควรอยู่ในเซฟ ถ้าไม่อยู่ที่ห้องนี้ก็ต้องอยู่ที่ห้องอื่น เขาเริ่มเดินค้นหาทีละห้องและนึกขึ้นได้ว่ามีห้องหนึ่งที่เขายังไม่มีโอกาศได้ค้นเพราะเริ่มยิงกับสตีฟเจเสียก่อน เขารีบวิ่งกลับไปยังห้องนั้นแล้วเปิดประตู ทันใดนั้นเฮลฮาวด์อีกตัวก็กระโจนเข้ามาใส่ปีเตอร์ทันที ขณะที่ปากของมันเข้ามาใกล้กับลำตัวของปีเตอร์ เขาตอบสนองด้วยการเอาปากกระบอกปืนยัดเข้าไปในปากของสุนัขกลายพันธุ์ดวงกุด สวิชท์ตั้งเอาไว้ที่อัตโนมัติ ดังนั้นเขาเพียงเกร็งแขนกดไกปืนค้างเอาไว้แล้วมองดูเลือดเป็นสายไหลกระเซ็นเป็นทางยาวไปตามพื้นห้องนอนของสตีฟเจ ใช่แล้ว เซฟที่เก็บของมีค่าก็ควรจะอยู่ในห้องนอนสินะ ปีเตอร์ดึงปากกระบอกปีนออกมาจากซากหมาป่าเฮลฮาวด์แล้วเช็ดคราบเลือดกับเสื้อผ้าในตู้ของสตีฟเจ เซฟที่ว่านั้นอยู่ชั้นล่างของตู้เสื้อผ้านี้นี่เอง เขาล้วงกระดาษรหัสพาสเวิร์ดที่เก็บมาจากศพของสตีฟเจนำมากดลงไปบนเซฟ พลอยที่ว่าอยู่ในนี้จริง ๆ ปีเตอร์เก็บพลอยไว้แล้วรีบตามสองคนนั้นกลับไปยังสหพันธ์ช่างเย็บผ้าสตรี กลับไปที่ยูเนี่ยนนั่นเอง

* * *





ตอนที่แล้ว
ตอนถัดไป
ตอนแรก


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ชาโดว์รัน รีเทอร์น ตอนที่ 6 อพาร์ทเมนท์รอยัล