บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ชาโดว์รัน รีเทอร์น ตอนที่ 1 ข้อความหลังความตาย

Ton Tanakij ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 - 17:39 น.
AA 51

มันทำให้เขาต้องนิ่งงันไปครู่ใหญ่ . . .

ภายใต้กลิ่นอับและแสงไฟสลัวในห้องอพาทเม้นท์สุดโทรมแสนสกปรกแห่งนี้เผยให้เห็นใบหน้าของเขาที่ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงสุดท้ายที่ได้ยินเมื่อครู่เหมือนยังคงกังวานอยู่ริมโสต ตอนแรกเขายังรู้สึกโกรธอยู่เลยว่าใครกันนะที่โทรเข้ามาในเวลานี้ ตีสามคือเวลาที่ทุกคนควรอยู่ในสภาวะหลับลึกต่างหาก แค่ไม่กี่นาทีผ่านไป ความรู้สึกกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว

"หลับให้สบายเถอะแซม เจอกันที่ซีแอทเติ้ล" เขารำพึงรำพัน


ในที่สุดแซมตายแล้ว เขาคิดพลางลดข้อมือซ้ายลง โฮโลดิสเพลย์สีฟ้าใสที่ลอยเหนือสมาร์ทลิ้งค์ (SmartLink) นาฬิกาอัจฉริยะทรงปลอกข้อมือของเขาซึ่งเพิ่งแสดงตำแหน่งที่อยู่ของแซมก็เลือนหายไปพร้อมกัน หลังจากไว้อาลัยให้เพื่อนครู่นึง เขาก็เริ่มเตรียมสัมภาระจัดลงกระเป๋าเดินทาง

“ซีแอทเติ้ล... นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไมได้กลับไป”
“นายไปเจอกับอะไรเข้านะแซม”

* * * สิบห้านาทีก่อน * * *
เสียงสมาร์ทลิ้งค์ดังขึ้นพร้อมโฮโลดิสเพลย์เรืองแสงขึ้นมาเตือนจากนาฬกาข้อมือว่าเป็นสายที่ไม่รู้จัก เขาแปลกใจอยู่ครู่นึงก่อนจะวางสมุดบันทึกส่วนตัวที่ถืออยู่ในมือลง นี่มันปี 2074 เข้าไปแล้ว คงมีไม่กี่คนหรอกที่ยังคงใช้สมุดบันทึกและปากกา ใครกันนะที่มี smart code address ของเขา

"ไงไอ้เกลอ หวังว่าชั้นคงไม่โทรมาขัดจังหวะอะไรนายเข้านะ" เจ้าของเสียงพูดออกมาพร้อมหัวเราะ ท่าทางเหมือนยังไม่สร่างเมาหรือแย่กว่านั้น
"ชั้นไม่น่าให้ smart code ของชั้นกับแกเลยแซม" เขาตอบ

อันที่จริงแล้วเขารู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่เจ้าของเสียงเป็นใครบางคนในบันทึกรายชื่อที่ยังไม่ได้ขีดฆ่าว่าเสียชีวิตก่อนจะวางลงเพื่อรับสาย อันที่จริงแล้วเขากำลังอยากจะเขียนต่อท้ายลงไปว่าไม่รู้ไปถูกหมกอยู่ในท่อที่ไหนซักแห่ง ใบหน้าที่ขึ้นในจอเป็นของแซม วัตต์ เพื่อนสนิทของเค้าที่กลายเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาเพิ่งเปิดหารายชื่อคนรู้จัก ขอแค่สักคนในนี้ที่พอจะมีงานให้เขาวิ่งก่อนที่เงินเก็บก้อนเล็กๆก้อนสุดท้ายนี้จะหมด ซึ่งนั่นไม่น่าจะเกินอาทิตย์หน้า

"นายรู้รึยังว่าซานโกม่าตายแล้ว" แซมถาม
"ชั้นรู้แล้ว รันเนอร์ที่เก่งอย่างเธอไม่ควรมาตายในงานทำนองนั้น” เขาตอบ
"มองในแง่ดี ถ้าเราจะได้วิ่งด้วยกันอีก เราคงมีเพื่อนร่วมทีมใหม่ที่สวยกว่านี้" อาจเป็นคำพูดภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของแซม
"ซานโกม่าเป็นรันเนอร์ที่ดี เราไว้ใจเธอได้ และความสามารถของเธอมีประโยชน์มากในงานของเรา" เขาเตือนเมื่อดูเหมือนแซมจะไม่ให้เกียรติเพื่อน
"เฮ้โทษทีเพื่อน ชั้นไม่อยากทำให้นายหงุดหงิด ชั้นอาจจะไม่อยู่แล้ว" แซมเริ่มเข้าประเด็น
"มันอาจจะฟังดูแปลกหน่อยนะ จริงๆแล้วชั้นแค่อยากจะบอกว่า ชั้นน่าจะตกเป็นเป้าของใครบางคน และชั้นคงไม่รอดแน่"
"ถ้านายกลายเป็นคนที่ดูน่ารังเกียจเหมือนอย่างชั้น นายจะดึงดูดคนที่น่ารังเกียจเข้ามาอยู่รอบตัวนาย และแน่นอน คนที่น่ารังเกียจเหล่านั้นมักจะเป็นคนที่อยู่ในวงการอันน่ารังเกียจเหมือนกัน อย่างนายงัย"
แซมพูด ในขณะที่คำพูดของแซมทำให้เขาต้องขมวดคิ้วขณะฟัง
"แล้วถ้าจะถามว่าทำไมชั้นถึงจะต้องตายด้วย? ใครจะไปรู้วะ อาจเป็นความผิดอะไรซักอย่างของชั้นก็ได้"
"ที่ผ่านมาชั้นสงสัยมาตลอดว่านายไปอยู่ที่ไหนตอนนี้ พนันได้เลยว่านายคงได้งานวิ่งที่ทำให้ได้เงินก้อนโตแล้วหลบไปใช้ชีวิตหรูๆคนเดียวอยู่ที่ไหนซักแห่ง พวกเราบางคนเกิดมาเป็นผู้ชนะ แต่พวกเราบางคนก็เกิดมาเป็น... เหมือนอย่างชั้น"

เขารู้จักแซมและจินตนาการของแซมดี จริงๆแล้วเขาไม่ได้มีชีวิตแม้แต่จะใกล้เคียงอะไรๆอย่างที่แซมเดา และเขาก็เริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมวันนี้แซมถึงดราม่านัก

"เฮ้เพื่อน นายยังจำตอนวิ่งงานเรนราคุที่ตลาดปลาได้มั้ย ตอนที่ท่าเรือนั่นมันกลายเป็นนรก วันที่เราเสียโดว์ไป นายเป็นคนช่วยชั้นไว้ จำได้มั้ย?"

โดว์ ไม่ได้ยินชื่อนี้มานานแล้ว

* * * 3 ปีก่อน * * *
งานเรนราคุ การนัดพบเพื่อคุยงานและส่งมอบข่าวสาร คืนวันที่โดว์ตาย ฝนหนาหนักกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ลมฝนพัดจากทะเลเข้ามาพาให้คลื่นสูงซัดกระหน่ำโหมเข้ามายังท่าเรือ สะเก็ดละอองน้ำทะเลฟุ้งกระจายปนกับฝนจนแยกไม่ออก มันไม่ใช่สถานที่อันเหมาะสมที่จะนัดส่งข่าวกันเลย จริงๆแล้วนี่มันควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ ฟิกเซอร์แค่นัดมาแจ้งรายละเอียดงานใหม่กับจ่ายส่วนแบ่งงานที่แล้ว มันไม่ควรจะมีใครตายด้วยซ้ำ

"พวกเราอยู่ในพื้นที่เปิดนะปีเตอร์" ซานโกม่าเตือน
"ฟิกเซอร์ต้องจ่ายเราก่อน และเพื่อโดว์ด้วย เราจะรอ" เขาบอก
"ได้เลย นี่งานนาย" ซานโกม่าตอบ

ซานโกม่าเป็นโทรลหญิงเขี้ยวยาวร่างใหญ่กายสีเขียวที่สามารถติดต่อกับวิญญาณของสิ่งที่ตายแล้วได้ (Shaman) บางครั้งเหล่าวิญญานพวกนี้ก็ช่วยให้เรามองเห็นอะไรชัดขึ้นหรือกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสเราตื่นตัวเป็นพิเศษได้ นอกจากนั้น ความสามารถนี้ยังมีประโยชน์มากในการสืบสวนถ้าเราคุยกับคนตายได้ ซึ่งเธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วตอนวิ่งงานฟูชิด้วยกันเมือปีที่แล้ว แต่เวลาลงหน้างานแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าใครก็ต้องพกปืนกันทั้งนั้น และปืนของเธอก็ต้องมีขนาดให้เหมาะสมกับความเป็นโทรล ซานโกม่าเป็นรันเนอร์ที่มีประสบการณ์สูงพอสมควร

"โดว์ . . . ไม่เคยเห็นใครตายได้ทุเรศแบบนี้มาก่อนเลยว่ะ งี่เง่าชมัด" แลรี่พูดขึ้นมาพร้อมส่ายหน้า
"ชั้นเกลียดเมืองนี้เป็นบ้าเลยว่ะปีเตอร์ มันแฉะตลอด แล้วฝนก็แสบยังกับกรด ชั้นอยากจะไปจากที่นี่แล้ว" แลรี่พูดต่อ
"หุบปากไปเลยแลรี่ คืนนี้เราเสียคนไปคนนึง" เขาพูด
"ก็ได้ก็ได้ โทษทีว่ะ ชั้นแค่อยากจะกลับบ้านเต็มทนแล้ว ชั้นหมายถึงบ้านที่พอร์ตแลนด์ของชั้น" แลรี่ขอโทษ

แลรี่กับเขาวิ่งงานด้วยกันมาได้ครึ่งปีแล้ว หมอนี่เป็นพ่อมดเชื้อสายเอล์ฟ มีพลังเวทย์ไม่เลว แต่นิสัยแย่พอๆกับลายสักที่เปิดอวดไว้เต็มแขน แลรี่รู้จักโดว์เกือบเท่ากับที่เขารู้จักโดว์

"ชั้นไม่รู้นะปีเตอร์ . . . งานนี้ทำให้เราต้องวิ่งสะเปะสะปะกันตั้งเก้าครั้ง คนตายไปคนนึง แล้วตอนนี้ฟิกเซอร์ก็ยังไม่โผล่หัว" แซมเอ่ย
"มันดูแปลกสำหรับนายมั้ยแซม?" เขาถาม

แซมเป็นคนหน้าตาดี พักหลังนี้มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันด้วยเยอะ ดูแลตัวเองได้ดีเวลาต้องสู้เพราะเขาเป็นสตรีทซามูไร เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษอะไรนอกจากสกิลการต่อสู้ ไหวพริบและการเอาตัวรอด แต่ก็เป็นรันเนอร์มากประสบการณ์ ยิงปืนแม่นวางใจได้


"ชัวร์อยู่แล้ว มันโครตแปลกเลย ดูสถานที่นัดของเขาสิ จริงๆแล้วมันสมควรเป็นที่สาธารณะคนพลุกพล่านถึงจะถูก" แซมให้ความเห็น


ตลาดปลาแห่งนี้อยู่ติดกับท่าเรือประมง ปกติจะเป็นสถานที่คึกคักถ้าเวลาคือตีสามเป็นต้นไป แต่นี่มันไร้วี่แววของผู้คนเพราะมันเพิ่งจะสองทุ่ม ตลาดปลาที่นี่วายตั้งแต่บ่าย สถานที่เรียงรายไปด้วยแผงขายของ โต๊ะเก้าอี้และลังปลาตั้งสูงกั้นส่วนของบริเวณให้กลายเป็นตรอกซอยและแทบต้องกลั้นหายใจเพราะกลิ่นคาวและกลิ่นเน่าที่ไม่มีวันล้างออกหมด เหมาะมากที่จะใช้เป็นที่สังหารโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมายุ่ง

"อย่ามามั่ว แซม เราต่างก็รู้ว่าทำไมโดว์ถึงตายซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับฟิกเซอร์ (Fixer) หรือแม้แต่ไอ้คนบ้าเงินอย่างแกเลย" แลรี่แทรกขึ้นมา
แซมแสยะยิ้มจนโชว์ฟันขาวออกมา "ชั้นรอช่วงเวลานี้อยู่แล้ว แลรี่มีบางอย่างอยากจะบอกพวกเราอยู่น่ะปีเตอร์... ใช่มั้ยล่ะแลรี่? เอาเลยสิ... คายออกมา" แซมแหย่
"อ๋อเหรอ ใช่แล้ว เรื่องที่แกมันเหยาะแหยะงัยคืนนี้" แลรี่หัวร้อนอารมณ์ขึ้น
แซมหัวเราะออกมา "เหยาะแหยะ แกว่าชั้นเหยาะแหยะยังงั้นเหรอ? ตัวแกเองดีแต่บ่นว่าแต่คนอื่นทั้งวัน ไอ้เด็กน้อย ดูสิมือแกสั่นเชียว" แซมโต้
"ยอมรับสิ แซม ถ้านายทำเสียเรื่อง กล้าทำก็ต้องกล้ารับ" เขาบอกแซม
"ชั้นรับแน่ถ้าชั้นทำจริงปีเตอร์ แต่ชั้นมีประเด็นบางอย่าง" แซมพูด

ใบหน้าและแววตาของแซมดูเหมือนฉายแววประเทืองปัญญาออกมา เขาค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆแลรี่อย่างช้าๆ ถึงจะช้าแต่ดูอันตราย

"เราโดนจัดฉาก
... และมันรู้... จริงมั้ยแลรี่?" แซมเอ่ยบอกเขาพร้อมหันไปสบตาแลรี่
"แกโทรหาใครก่อนเราจะมาที่นี่? เป็นไปได้ยังไงที่แกเก็บไอ้หมอนั่นไม่ได้ก่อนที่มันจะโหลดกระสุนเสร็จแล้วฆ่าโดว์ แกปล่อยสายฟ้าได้ไอ้หนู ไอ้หมอนั่นมันควรจะโดนย่างสดไปก่อนที่มันจะรัวใส่เพื่อนเราจนหมดแม๊ก" แซมใส่เป็นชุด

แลรี่แกล้งทำเป็นกลับสู่ความเยือกเย็นแต่หน้าตากลับขมวดคิ้วเม้มปาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยดน้ำที่แยกไม่ออกว่าเป็นเหงื่อหรือเม็ดฝนที่กระเซ็นเข้ามา เขาก้มมองดูเวลาแล้วหันเหลือบมองเข้าไปในความมืดด้านหลังคล้ายกำลังมองหาใครบางคน และใครบางคนที่เขามองหานั้นไม่ใช่ฟิกเซอร์

"โอเค ชั้นพอจะนึกออกแล้วว่ามันจะเป็นยังไง พวกแกสติแตกไปแล้ว ชั้นไปดีกว่า" แลรี่หาทางเอาตัวรอดและเริ่มเดินหนี
"พวกมันจ่ายแกเท่าไหร่เพื่อให้แกขายพวกเรา แลรี่?" เขาถาม

แลรี่หยุดนิ่งลงเงยหน้าขึ้นรับน้ำฝนพยายามถ่วงเวลา หยดน้ำฝนรวมตัวกันเป็นแอ่งบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขาเริ่มสังเกตเห็นแสงสะท้อนบางอย่างกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาแล้ว เขาจึงก้มลงหันกลับมา หยาดน้ำฝนไหลร่วงผ่านใบหน้าของเขา รอยยิ้มที่เผยธาตุแท้ก็ค่อยๆเผยอปรากฏขึ้นมาให้เห็น

"เอาจริงๆนะปีเตอร์ มันก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก แค่พอให้ชั้นกลับไปอยู่พอร์ตแลนด์ได้สบายๆแล้วไม่ต้องกลับมาทำเรื่องพวกนี้อีกเท่านั้น" แลรี่ยอมเฉลย
"มีคนมา!" ซานโกม่าตะโกนแจ้ง
แลรี่ผ่อนคลายลงแล้ว เขารู้ว่าพวกที่เขารอมาถึงแล้ว สีหน้ายิ่งแสดงความมั่นใจ
"ดูเหมือนเพื่อนเรนราคุจริงๆของชั้นจะมาถึงแล้วนะ พวกเขาจะเอาฮาร์ดไดรฟ์อันนั้นออกมาจากศพของพวกแกเอง" แลรี่ดูกลับมาสดชื่นขึ้นอีกครั้ง
"เราควรเลือกเพื่อนให้รอบคอบกว่านี้นะปีเตอร์" แซมสบตากับเขา
"หมอนี่ไม่ใช่เพื่อนชั้น" เขาโต้
"งั้นเหรอ มันก็ไม่ใช่เพื่อนชั้นเหมือนกัน ชั้นคิดว่าชั้นจะยิงมันนะ" แซมพูด
"ปัง!" "ฆ่าทุกคนให้หมดยกเว้นพ่อมด!" เสียงปืนพร้อมเสียงตะโกนดังเข้ามาจากพวกที่เพิ่งมาถึง

กระสุนนัดแรกเฉียดแซมไปสองนิ้ว ทุกคนวงแตกรีบหลบหาที่กำบัง แลรี่กระโดดข้ามลังออกไปรวมกลุ่มกับพวกที่มาใหม่สองคน แซมกับซานโกม่าอยู่ใกล้กัน แต่ปีเตอร์ถูกโดดเดี่ยวอยู่ด้านหลัง สายฝนยังคงหนาหนัก แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจแล้ว ซานโกม่าอยู่ริมนอกใกล้กับศัตรูที่สุด เธอเปิดฉากสาดกระสุนเพื่อบังคับกดดันไม่ให้ศัตรูเข้ามาใกล้กว่านี้ ในขณะที่แซมเมื่อได้ที่กำบังก็มองหาแลรี่ตัวแสบแล้วรีบลัดเลาะผ่านลังปลาติดตามไป

แลรี่ยังอยู่ห่างจากเพื่อนใหม่อีกหลายช่วงรู้ตัวว่าตอนนี้ต้องพึ่งตัวเองจึงหันกลับมารับมือ เขาขว้างสายฟ้าออกไปดักหน้าแซม แซมไม่ทันตั้งตัวแต่หลบได้หวุดหวิดและยิงสวนโต้กลับไปซึ่งไม่โดน แลรี่วิ่งหลบต่อไป ปีเตอร์มีเพียงปืนสั้นกับมีดพก เนื่องจากถูกโดดเดี่ยวอยู่ด้านหลัง กระสุนของเขายิงออกไปก็เหมือนเสียเปล่าเพราะไม่มีความแม่นเอาเสียเลย ปกติพวกเด็คเกอร์ (Decker) อย่างเขาจะไม่บู๊ขนาดนี้อยู่แล้ว เด็คเกอร์เหมาะสำหรับเปิดทางให้เพื่อนๆรันเนอร์เวลาประสบปัญหาทางเทคโนโลยีมากกว่า

หนึ่งในสองของพวกที่มาใหม่ล้มลง ซานโกม่าเพิ่งเก็บไปได้คนนึง เธอสำรวจดูเพื่อนร่วมทีมแล้วพบว่าแซมกำลังอยู่ในอันตรายเพราะศัตรูอีกคนเข้ามารวมกลุ่มกลับแลรี่ได้แล้ว แต่ปีเตอร์ถูกโดดเดี่ยวอยู่กับปืนสั้นและทำอะไรศัตรูไม่ได้ เธอรวมสมาธิแล้วใช้ความสามารถของความเป็นชาแมนเพ่งไปที่ปีเตอร์ จากนั้นรีบไปสมทบกับแซม

เริ่มหัวเสียกับปีนสั้นและการสิ้นเปลืองกระสุนไปเปล่าๆ ปีเตอร์จากระยะไกลขณะกำลังพยายามเล็งศัตรูที่จะมารวมกลุ่มกับแลรี่ อยู่ๆก็รู้สึกโฟกัสมีสติสมาธิขึ้นมาทันที สายตาเจิดจ้า ทุกอย่างรอบตัวดูคล้ายเหมือนช้าลงทั้งภาพและเสียง มันช้าแต่กลับชัด เม็ดของน้ำฝนแต่ละเม็ดที่ตกลงมาดูบิดเบี้ยวยาวย้วยเป็นสายแปลกตาด้วยแรงลม เพื่อนๆ ศัตรู และสภาพแวดล้อมกระจ่างวูบ เขาเห็นศัตรูคนนั้นชัดเจนขึ้นและให้ตายสิ มีช่องว่างให้ยิงเต็มไปหมด เขายิงสามนัดรวดเข้าไปยังหนึ่งในช่องว่างที่มองเห็น สายตายังมองตามสายกระสุนวิ่งเรียงแถวกันเข้าไปยังเป้าหมาย ศัตรูคนนั้นล้มลง

“ขอบใจซานโกม่า” ปีเตอร์ตะโกน เขารู้ว่าซานโกม่าเพิ่งนำพลังของชาแมนใช้ให้วิญญานอะไรซักอย่างบริเวณนี้ช่วยให้เขาโฟกัสชัดเจนขึ้น

ซานโกม่ายิงดักหน้าแลรี่ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ตัวคนเดียว กดดันให้เขาไปหลบหลังลังไม้ขนาดใหญ่ ขณะที่แลรี่กำลังคิดว่าทำไมพวกเพื่อนใหม่ถึงมากันน้อยเกินไป เสียงปีนชุดใหญ่ก็ดังขึ้นบริเวณด้านหลังใกล้ๆกับปีเตอร์ มีอีกสองคนเสริมกำลังเข้ามาตลบหลังกลุ่ม และตอนนี้ยังมีเพิ่มอีกสองคนกำลังเข้ามาเสริมทางด้านหน้า


“ให้ตายสิ พวกมันมีกันกี่คนเนี่ย” ปีเตอร์คิดหลังม้วนตัวหลบกระสุนชุดนั้นได้ กลายเป็นว่าตอนนี้เขาต้องรับมือกับศัตรูด้านหลังสองคนด้วยตัวคนเดียวทำให้ไม่สามารถไปรวมกลุ่มกับเพื่อนได้
หนึ่งในสองคนที่เข้ามาใหม่ทางด้านหน้าเป็นชาแมนเช่นเดียวกับซานโกม่าหนึ่งคนและเขาเรียกวิญญานผู้ใช้ไฟออกมาแล้ว ตอนนี้กลายเป็นว่าบริเวณด้านหน้าเผชิญกับศัตรูสี่คนส่วนด้านหลังเผชิญศัตรูสองคน

ลูกไฟก้อนใหญ่ถูกยิงออกมาจากวิญญานผู้ใช้ไฟ ทั้งแซมและซานโกม่าต่างต้องแยกย้ายกันหลบไปคนละทาง สะเก็ดลูกไฟกระเด็นไปโดนลังแห้งต่างๆและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แลรี่เหมือนมีกำลังฟื้นขึ้นมาอีกโข เขามองเห็นแซมไม่ถนัดเลยฟาดสายฟ้าไปด้านบนของลังที่ซ้อนกันไว้สูงเหนือบริเวณที่แซมหลบอยู่ แล้วมันร่วงลงมาทับแซมอย่างจัง

ซานโกม่ารู้ดีว่าเมื่อเผชิญวิญญานที่ถูกเรียกออกมาต้องทำยังไง เธออ้อมด้านหลังไปหาคนที่เรียกวิญญานออกมาแล้วจัดไปสองนัด เจ้าวิญญานผู้ใช้ไฟร้องโหยหวนก่อนจะอันตราธานไปพร้อมกับผู้ที่เรียกมันออกมาที่กำลังล้มลง

ด้วยความโกรธหลังจากเสียเพื่อนร่วมทีมไปอีกคน ศัตรูด้านหน้าที่เหลือคนนั้นก็บุกเข้าหาซานโกม่าทันที ปีเตอร์กำลังถูกต้อนด้วยศัตรูสองคน ตอนนี้เขามองไม่เห็นช่องว่างอะไรแล้ว พลังโฟกัสของซานโกม่ายังไม่ใช่ระดับมาสเตอร์ มันเสื่อมสภาพกลับเป็นปกติแล้ว ตอนนี้เขาคิดเพียงระวังอย่าเปิดช่องให้ศัตรูโจมตีได้ก็พอ จังหวะนั้นเขาก็เห็นซานโกม่าถูกกดดันมาจากด้านหน้าวิ่งเข้ามารวมกลุ่มกับเขา

แซมนอนซมอยู่ที่พื้นท่ามกลางเศษลังไม้และซากปลาเน่า รู้สึกเจ็บแปลบเพราะเศษไม้และของแหลมทิ่มใส่อีกทั้งรอยไหม้จากสะเก็ดไฟไหม้ลังที่เกิดจากสายฟ้า เลือดเริ่มไหลนองออกมาและมีแผลทั่วไปทั้งตัวโดยเฉพาะที่ขา เขารู้ว่าแลรี่แปลกๆมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่มีจังหวะหรือโอกาสอะไรให้จับผิดได้ถนัดๆ สภาพตอนนี้เขาขยับไม่ได้ คิดว่าขาน่าจะหักไปแล้ว เพื่อนอีกสองคนทางด้านหลังก็กำลังลำบาก ทันใดนั้นแลรี่ก็นำเอาใบหน้าที่เขารังเกียจให้เข้ามาอยู่ในสายตา

“ขอบใจมากไอ้หนู กลับไปพอร์ตแลนด์แบบเป็นวิญญานเถอะ”

แลรี่ขณะลัดเลาะถลาตามมาปิดบัญชีด้วยความเร็วก็ต้องตกใจ เขาคาดว่าแซมคงต้องรีบหนีอย่างทุลักทุเลและเปิดช่องว่างให้โจมตีแต่ที่เห็นกลับเป็นปากกระบอกปืนชี้มาที่เขาอย่างไม่ทันระวัง ขณะที่กำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรดีเสียงปืนก็ดังขึ้นพร้อมกับประกายเจิดจ้าที่ปากกระบอกที่เห็นอย่างชัดเจน

"โอ้... นี่ชั้นถลาเข้าไปรับกระสุนของมันเลยรึนี่" แลรี่คิดในใจ
“ไม่เคยเห็นใครตายได้ทุเรศแบบนี้มาก่อนเลย งี่เง่าชมัด” แซมรำพึงย้อนด้วยคำพูดของแลรี่เอาคืนให้โดว์

ซานโกม่าขณะกลับมารวมกลุ่มกับปีเตอร์ก็เผอิญเห็นช่องว่างของศัตรูคนนึง เธอเลยยิงเข้าไปที่ช่องนั้นทำให้กำจัดศัตรูได้อีกหนึ่ง ขณะเดียวกันศัตรูที่ตามซานโกม่ามาก็ไม่ทันระวังว่ามีปีเตอร์อยู่ที่นั่นด้วย เขาทำได้แค่ตกใจแล้วก็ล้มลง

“ขอบใจปีเตอร์”
“เช่นกัน ซานโกม่า”
“ชั้นอยู่ทางนี้!” แซมตะโกนบอกตำแหน่งของตัวเอง
“เป็นไปไม่ได้” ศัตรูคนสุดท้ายคิด “บริเวณนี้มีพวกเราอยู่สี่คน แต่ตอนนี้เหลือเราแค่คนเดียว”
“เกมโอเวอร์” ขณะที่เจ้าคนนั้นกำลังคิด ซานโกม่าก็เจอเขาแล้ว และเธอก็ลั่นไกในที่สุด

สถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบ ศัตรูทั้งหมดถูกกำจัด

“นายอยู่นี่เองเหรอแซม” เสียงนึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับเตะปืนออกจากมือของแซม
“นาย... แจ๊ค นายเอาเงินมาให้พวกเราใช่มั้ย?” แซมถาม

ในที่สุดฟิกเซอร์ก็โผล่หัวออกมาพร้อมกับธาตุแท้ แซมไม่ค่อยชอบฟิกเซอร์รายนี้อยู่แล้ว และคำถามของเขาก็ไม่สนใจคำตอบด้วย แซมแค่ต้องการซื้อเวลาไว้เท่านั้น

“นายยังคิดจะได้เงินจากชั้นอยู่อีกรึแซม ในสถานการณ์แบบนี้ ชั้นคิดว่าชั้นไม่จำเป็นต้องให้นะ และคนตายก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินด้วย” แจ๊คหัวเราะตอบพลางยกปีนในมือขึ้นมาเล็งที่ศรีษะของแซม

ปัง!

“แกมันเลวมาก” ปีเตอร์พูด ปีนในมือของเขายังชี้ปากกระบอกไปทางแจ๊ค ควันยังลอยกรุ่นออกมาจากรังเพลิง
“เพื่อความอยู่รอด ปีเตอร์ ยังมีฟิกเซอร์อย่างชั้นอยู่อีกเยอะ” แจ๊คพูดก่อนละล้มลงขาดใจ

สถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบ ศัตรูทั้งหมดถูกกำจัด จริงๆ

"นายไม่เป็นไรนะแซม" ซานโกม่าลดปืนลง มองไปที่แซม

แซมหายใจหนักหน่วงตัวเริ่มสั่นเพราะเสียเลือดเยอะ

"ชั้นอาจจะตายเพราะกลิ่นปลาพวกนี้มากกว่า" แซมตอบ
"นายทำดีแล้ว" ปีเตอร์บอก
"นายเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ปีเตอร์ ส่วนชั้น ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไหร่ ชั้นคิดว่าน่าจะวางมือแล้วจะไปหาผับดีๆ ดื่มให้เมาจนกว่าจะตายไปข้างนึง" แซมพูด
"แล้วนายล่ะปีเตอร์" แซมถาม
"ชั้นจะหาเซฟเฮ้าส์นอกเมือง อยู่แบบไม่ให้มีใครสนใจ" ปีเตอร์ตอบ
"ชั้นก็เหมือนกันเพื่อน ชั้นก็เหมือนกัน" แซมเห็นด้วย

* * *

ปีเตอร์จ้องหน้าแซมผ่าน comm link พยายามสลัดทิ้งความทรงจำนี้ก่อนแล้วโฟกัสเรื่องที่อยู่ตรงหน้า

"นายช่วยชั้นไว้ไงปีเตอร์ จริงมั้ย?" แซมพูด
"ตอนนี้ชั้นก็เลยถามตัวเอง จะมีใครสนใจบ้างหากว่าชั้นตาย? ใครจะมีบ้างมั้ยซักคน"
"แล้วรู้มั้ยเกิดอะไรขึ้น? ชื่อนายมันโผล่ออกมาเป็นชื่อแรกในลิสชั้นว่ะเพื่อน บางทีคงเป็นชื่อเดียวที่มีอยู่ในลิสของชั้น"
"ดังนั้นชั้นเลยตั้งข้อความหลังความตายไว้เพื่อให้ส่งข้อความนี้มาหานายหลังจากที่ชั้นตายแล้ว"
"ชั้นมีเงินอยู่หนึ่งแสนนูเยนจากประกันชีวิตและจะจ่ายให้นายหากนายรู้ว่าใครฆ่าชั้น จะเป็นหรือตายก็ได้เพราะชั้นคงไม่สนใจแล้ว"
"ติดต่อบริษัทกฏหมายของชั้น โรเจอร์ เม็นเกร็ท แอนด์ แมคเคน เมื่อนายทำงานเสร็จ พวกเค้ารู้ว่าต้องทำยังไงต่อ" แซมหันหน้าไปทางซ้าย
"เอ้า คุณนักกฏหมาย" กล้องค่อยๆแพนตามไป
"เพื่อให้เป็นไปตามที่คุณ แซม วัตต์ ปรารถนา โรเจอร์ เม็นเกร็ท แอนด์ แมคเคน ได้ติดตั้งช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัยสำหรับคุณไว้ให้แล้วเพื่อให้คุณได้ติดต่อกับเราโดยตรงหลังจากที่คุณทำงานสำเร็จ จากนั้นเราจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด โปรดจำไว้ด้วยว่าคุณต้องใช้ซีเคียวแลนด์ไลน์ด้วยเช่นกันในการโทรเข้ามาหาเรา เราจะไม่ตอบรับการสื่อสารจากคอมม์ลิ้งค์หรืออุปกรณ์อี่นใดก็ตามนอกเหนือจากนี้" กล้องแพนกลับมาหาแซม

แซมนั่งตัวตรงขึ้น ดูซีเรียสขึ้นเป็นครั้งแรก

"ฟังนะปีเตอร์ ชั้นใช้ชีวิตแย่ๆมา แล้วกำลังจะลงเอยกลายเป็นศพแย่ๆ ชั้นทำร้ายคนอื่น ชั้นทำร้ายตัวเอง ไม่รู้สิ บางทีนี่เป็นสิ่งที่ชั้นอยากจะให้เป็นการสั่งเสียครั้งสุดท้าย บางที่ชั้นแค่อยากจะให้มีใครได้ประโยชน์จากชีวิตแย่ๆของชั้นบ้าง นายคิดว่ายังไง?"
"ชั้นคิดว่าใครบางคนต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้" ปีเตอร์ตอบ
"ชั้นถือว่านั่นเป็นการตอบรับนะ ชั้นมีชิปที่บอกตำแหน่งของชั้นฝังอยู่ในหัวตอนนี้ ถ้าหากหัวใจชั้น... หยุดเต้น... มันจะเริ่มทำงาน แล้วนายจะเจอชั้น"
"พบกันใหม่ที่เตียงทำศพนะเพื่อน"
"หลับให้สบายเถอะแซม เจอกันที่ซีแอตเติ้ล"

* * * 

ตอนที่ 2




ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

ชาโดว์รัน รีเทอร์น ตอนที่ 1 ข้อความหลังความตาย

  • บันทึก